สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

สามพันโบก
สามพันโบก

รับประกันด้วยความภาคภูมิใจว่าพะยี่ห้อ “สามพันโบก” ของพี่ไทยเราแน่นอน ชัวร์! ไม่มีมั่วนิ่ม! ไม่ต้องถ่อข้ามนาข้ามผืนพิภพไปไกลถึงครึ่งค่อนโลก เราก็ไปเที่ยวเก็บภาพงามๆ ของแคนยอนแบบแกรนด์ๆ ณ แดนอีสานได้ง่ายๆ ใกล้ๆ แค่เมืองอุบลราชธานีนี่เอง

“สามพันโบก” ไม่ได้แปลว่า โบกปูน โบกมือลา หรอแม้กระทั่งโบกรถสามพันครั้ง แต่คำว่า “โบก” ของชาวลาวนั้น แปลเป็นไทยได้ว่า “แอ่ง” “สามพันโบก” จึงหมายถึง ร่องหินหรือสภาพของหินที่เป็นหลุมหรือแอ่งจำนวนสามพันหลุมนั้นเอง

สามพันโบก  สามพันโบก

สามพันโบก
สามพันโบก

แก่งหินสามพันโบกตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นกลุ่มหินทรายที่ถูกกระแสน้ำธรรมชาติ กัดเซาะผ่านกาลเวลามานานหลายพันปี จนเกิดเป็นร่องหินขนาดใหญ่สูง 3-7 เมตร กว้างเป็นสิบเมตร กลายเป็นโบกงามๆ แปลกตาจำนวนนับไม่ถ้วนกระจายอยู่บนพื้นผิวของลานหินในละแวกนี้ กินพื้นที่เลียบริมแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและลาว ทอดตัวยาวไกลตั่งแต่บ้านโป่งเป้าไปจนถึงบ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน เป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร และรวมเป็นพื้นที่ถึงกว่า 30 ตารางกิโลเมตร ถ้าดูจากแผนที่กูเกิลจะเห็นชัดว่า ที่นี่เป็นลานหินกว้างใหญ่ มีหลุม หุบ รู และแอ่งยั้วเยี้ยอยู่นับไม่ถ้วน เห็นเป็นจุดๆ น้อยใหญ่เต็มไปหมด และดูท่าจะมีมากกว่าสามพันหลุมเสียด้วยซ้ำ

เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ

บริเวณนี้แต่เดิมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในลำน้ำโขง ความงามของแกรนด์แคนยอนไทยแลนด์แห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อพี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ อาสาพาหมู่เฮามาเปิดหูเปิดตาให้ได้ตะลึงตึงตึงกันในภาพยนตร์โฆษณาชุดหนึ่งของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และต่อมาก็ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวโครงการ “12-เดือน-7 ดาว 9 ตะวัน มหัศจรรย์เมืองไทยต้องไปสัมผัส” ของ ททท. เจ้าเก่า ชาวไทยและชาวโลกจึงพากันไหลมาเทมาเที่ยวสามพันโบกนับแต่นั้น ด้วยประการฉะนี้

 “ผาหินรูปสะพานโค้ง” 
“ผาหินรูปสะพานโค้ง”

ประติมากรรมธรรมชาติโบกหินระดับพระเอกนางเอกของสามพันโบกประกอบไปด้วย “ผาหินรูปสะพานโค้ง” ที่ใครไปก็ต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเพราะงามมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องแสงทองยามเย็น ส่วนประติมากรรมชิ้นโบแดงที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ตรงจุดซึ่งนับเป็นทางเข้าของแกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขงก็คือ “หินหัวสุนัข” จุดเดียวกับที่พี่เบิร์ดไปยืนเท่ให้สาวลาวกรี๊ดสลบในโฆษณานั้นแหละ นี่เป็นหินก้อนเบ้อเริ่มเทิ่ม บางคนมองว่าน้องหมาตัวนี้เป็นพันธุ์พูเดิล แต่ดูไปก็คล้ายๆ น้องหมาดัชชุนด์หรือพันธุไส้กรอก เอ้า..ก็ว่าถันไป

 “สระมรกต”
“สระมรกต”

จุดแวะยอดฮิตอีกแห่งคือ “สระมรกต” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “บุ่งน้ำใส” เป็นสระน้ำกลางโบกขนาดใหญ่ ลึกราว 3 เมตร น้ำใสแจ๋วแหววสีเขียวมรกตสวยเริด และมีระดับคงที่ตลอดปี ไม่ว่าน้ำในแม่น้ำจะเพิ่มหรือลดไปแค่ไหนก็ตาม ส่วนโบกฮาๆ และน่ารักๆ ที่ธรรมชาติเขาจัดมาให้แบบกิ๊บเก๋สุดๆ ก็ต้องยกให้ “โบกรูปดาว” “โบกรูปหัวใจ” และ “โบกรูปมิกกี้เม้าส์” นอกจากนี้ก็ยังมีรูปวงกลมวงรี รูปสัตว์ และรูปอื่นๆ อีกต่างๆ นานา สารพัดจะใช้จินตนาการไป

สามพันโบก  สามพันโบก  

แกรนด์แคนยอนเมืองไทย
แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

ยังไงโปรดระลึกไว้ว่า แก่งหินสามพันโบกจะจมอยู่ใต้ลำน้ำโขงตลอดช่วงฤดูน้ำหลาก คือประมาณเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมของทุกปี และจะโผล่พ้นน้ำมาอวดโฉมงามๆ ให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมก็ต่อเมื่อน้ำแห้งลงราวเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายนเท่านั้น ถ้าจะไปเที่ยวจึงต้องกะช่วงเวลากันให้ดี เพราะถ้าไปผิดฤดูจะได้เจอแต่โบกรูปแห้วนะจ๊ะ

เที่ยวชมสามพันโบกสามารถไปได้ทั้งทางเรือและทางบก ถ้าไปทางเรือนักท่องเที่ยวนิยมไปลงเรือกันที่หาดสลึงซึ่งอยู่ที่บ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธิ์ไทรประมาณ 17 กิโลเมตร และห่างจากแก่งสามพันโบกทางรถราวๆ 20 นาที

จากจุดลงเรือล่องไปตามลำน้ำโขง ผ่านปากบ้อง ซึ่งเป็นจุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านประเทศไทย จากนั้นก็ล่องขึ้นไปยังหินหัวพะเนียง แก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย แล้ววกกลับไปยังสามพันโบก ลงเดินเที่ยวและถ่ายรูปเล่นตามใจชอบ จากนั้นก็อาจล่องเรือไปชมผาหินศิลาเลข เพื่อดูตัวเลขบอกระดบน้ำอันเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์สมัยฝรั่งเศสเรืองอำนาจในดินแดนแถบนี้ แล้วไปแวะเที่ยวหาดหินสี เดินเล่นเนินทรายที่หาดหงส์ ก่อนจะวกกลับทางเดิมไปขึ้นฝั่งที่หาดสลึง

ล่องเรือเที่ยว
ล่องเรือเที่ยว

โปรแกรมการล่องเรือเที่ยวนี้ยืดหยุ่นได้ตามสะดวก อยากหรือไม่อยากแวะที่ไหนก็จัดได้แล้วแต่ชอบ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากล่องเรือจากหาดสลึง ก็สามารถขับรถไปจอดที่สามพันโบกแล้วลงเดินเที่ยวที่สามพันโบกอย่างเดียวได้ หรือจะเช่าเรือจากแถวๆ สามพันโบกไปวนเที่ยวเฉพาะบริเวณใกล้ๆ ก็ได้

ไปเที่ยวแกรนด์แคนยอนเมืองไทยครึกครื้น ให้เศรษฐกิจไทยคึกคัก ไม่งึกๆ งักๆ กันได้ที่สามพันโบก เมืองอุบลฯ งามขนาดไหน

เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอุบลราชธานี

ขับรถไปให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) จากกรุงเทพฯ จนถึงจังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ขับต่อไปจนถึงนครราชสีมา แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ไปจนถึงอุบลราชธานี หรือจะใช้ถนนมิตรภาพไปจนถึงอำเภอสีคิ้ว แล้วเลี้ยวขวาแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (ถนนโชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอโชคชัย อำเภอนางรอง อำเภอสังขะ อำเภอเดชอุดม ไปจนถึงอุบลฯ ก็ได้

ส่วนรถโดยสารประจำทาง มีบริการจากกรุงเทพฯ ไปอุบลฯ ทกวัน ติดต่อสอบถามเวลาเดินรถและจองตั๋วได้ที่บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด โทร.0-2936-0009 บริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0-2936-0043  และบริษัทขนส่งจำกัด โทร. 1490

ไปรถไฟมีขบวนรถออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปอุบลฯ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-12 ชั่วโมง ดูรายละเอียดตารางเวลาเดินรถไฟได้ที่ สอบถามเพิ่มเติมและโทรจองตั๋วได้ที่สายด่วนหมายเลข 1690

ไปเครื่องบินใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว มีเที่ยวบินบริการระหว่างกรุงเทพฯ -อุบลราชธานีทุกวัน สอบถามข้อมูลการเดินทาง ตารางเที่ยวบิน และสำรองที่นั่งได้ที่ การบินไทย โทร 02-356-1111 แอร์เอเชีย โทร 02-515-9999 นกแอร์ โทร 1318, 02-900-9955