เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคอีสาน

เที่ยวอุทยานแห่งชาติภาคอีสาน

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี


อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 53 ของประเทศไทย ด้วยพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศลาว และประเทศกัมพูชา จึงมีการขนานนามที่แห่งนี้ว่า “สามเหลี่ยมมรกต” นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าส่วนหนึ่งอยู่ในแนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งมีป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรังที่หนาแน่นสมบูรณ์ เป็นอุทยานฯ ที่มีสภาพธรรมชาติที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย เพราะมีถนนลาดยางเข้าถึงอุทยานฯ และน้ำตกห้วยหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นที่สุด จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนน้ำตกนี้อย่างไม่ขาดสาย นอกจากน้ำตกแล้ว ที่นี่ยังมีอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาว จึงมีนักนิยมไพรมากางเต็นท์พักแรมบนภูสูงอีกด้วย

 

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี


อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 212,500 ไร่ หรือ 340 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงต่ำสลับกันไปทั่วพื้นที่ ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 100-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล แนวเขตด้านทิศตะวันออกใช้เส้นแบ่งเขตแดนประเทศและติดกับประเทศลาว

ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นแนวเขตโดยตลอดความยาวประมาณ 63 กิโลเมตร สภาพพื้นที่โดยรวมเป็นลานหิน รอบแนวเขตถัดจากฝั่งแม่น้ำโขงจะเป็นหน้าผาสูงชัน มีภูผาที่สำคัญได้แก่ ภูผาขาม ภูผาเมย ภูผาเจ็ก ภูผาสร้อย ภูย่าแพะ ภูชะนะได ภูผานาทาม ภูโลง ภูปัง ภูจันทร์แดง ภูหลวง ภูสมุย และภูกระบอ เป็นต้น อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นแหล่งต้น้ำาลำธารของห้วยช้าง ห้วยภูโลง ห้วยฮุง ห้วยลาน ห้วยเพราะ ห้วยแยะ ห้วยกวย ห้วยกะอาก ห้วยใหญ่ ห้วยสูง และห้วยหละหลอย

 

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จังหวัดอุบลราชธานี


อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 33 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ หรือ 80 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมท้องที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ โดยมียอดเขาบรรทัดเป็นจุดสูงสุด ความสูงประมาณ 543 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่านตามแนวเขตทางด้านทิศเหนือไปออกประเทศลาว บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่ไหลเชี่ยวและลึก อีกทั้งยังมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม ตรงกลางมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นเกาะกลางน้ำ

 

 

 

 

 

 

 

คำว่า “ตะนะ” ตามคำเล่าขานของชาวบ้านเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “มรณะ” เนื่องจากบริเวณแก่งตะนะนี้มีกระแสน้ำไหลที่เชี่ยวกราก และมีโขดหินใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ตลอดจนมีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง ชาวบ้านที่สัญจรทางน้ำหรือออกจับปลา มักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านจึงเรียกแก่งนี้ว่า “แก่งมรณะ” ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นคำว่า “แก่งตะนะ”

 

อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี


อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม มีเนื้อที่ประมาณ 215,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เลย และหนองคาย มีสภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200-500 เมตร ภูเขาที่สูงที่สุดคือ ภูย่าอู่ สูงประมาณ 588 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เช่น ห้วยน้ำโสม ห้วยตาดโตน ลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินร่วนปนทรายตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณและดินลูกรังตามป่าเต็งรัง หินที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินทราย ในอดีตพื้นที่ของอุทยานแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 และได้โอนการควบคุมดูแลมาอยู่ในกองอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2532


อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม มีลักษณะอากาศเป็นแบบมรสุม โดยฤดูร้อนอากาศจะร้อนมาก อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูฝนจะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม และฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด นอกจากนี้ภายในเขตอุทยานฯ ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเต็งรังกระจายอยู่ตามเชิงเขาและสันเขา มีพันธุ์ไม้สำคัญ คือ เต็ง รัง เหียง พลวง ฯลฯ รวมถึงพืชพื้นล่างเป็นหญ้าเพ็ก กระเจียว ป่าเบญจพรรณ และไผ่หลายชนิด ตามริมห้วยยังเป็นป่าดิบแล้ง และพืชพื้นล่างพวกหวาย ปาล์ม และสมุนไพรต่างๆ ป่าเหล่านี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด แม้ว่าจะถูกคุกคามอย่างมากจากมนุษย์ แต่ก็ยังพอพบเห็นได้

 

อุทยานแห่งชาติภูพาน อำเภอภูพาน จังหวดสกลนคร


อุทยานแห่งชาติภูพาน มีเนื้อที่ประมาณ 415,439 ไร่ หรือ 664.70 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรรณานิคม อำเภอเมือง อำเภอกุดบาก อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร และอำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 7 ของประเทศ ในอดีตพื้นที่ป่าของอุทยานฯ ภูพานเคยเป็นสมรภูมิรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้สำหรับต่อต้านทหารกองทัพญี่ปุนด้วย


อุทยานฯ ภูพานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นภูเขาหินทราย มีความสูงอยู่ระหว่าง 200-567 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประกอบไปด้วยภูนางงอย ภูมะแงว ภูน้อย ภูเพ็ก โดยมีภูเขียวซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานฯ มีความสูงถึง 567 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญและห้วยต่างๆ ทั้งห้วยเลา ห้วยอีโคก ห้วยยาง ห้วยเวียงไพร ห้วยขี้นก ห้วยโคก ห้วยวังถ้ำ ห้วยผึ้ง ห้วยอีดอน น้ำลูนตอนบน ห้วยทราย และห้วยนาจาน ซึ่งจะไหลลงสู่แม่น้ำสำคัญๆ ทั้งหมด 4 สาย ทั้งแม่น้ำลูน แม่น้ำพุง ลำน้ำยัง และหนองหาร
อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร


อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 261,875 ไร่ หรือประมาณ 419 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงพันนา ป่าดงพระเจ้า ป่าภูวง ป่ากุดไห ป่านาใน ป่าโนนอุดม ป่าบะยาว ป่าหัวนาคำ ป่าหนองหญ้าไชย และป่าแก้งกะอาม

พื้นที่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ ภูผาเหล็ก เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพานที่ทอดยาวในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มีความยาวประมาณ 54 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่มีความสูงประมาณ 200-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีภูอ่างสอ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดสูง 695 เมตร และยังเป็นต้นน้ำลำธารสายน้อยใหญ่ที่สำคัญ ทั้งแม่น้ำสงคราม ลำน้ำยาม ลำน้ำอูม พื้นที่ส่วนใหญ่ลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนพื้นที่หินส่วนใหญ่นั้นเป็นหินทราย
อุทยานฯ ภูผาเหล็ก มีสภาพป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ทั้งป่าเต็งรัง ที่สามารถพบได้บนพื้นที่ราบเชิงเขา และบนที่ลาดชันจนถึงระดับความสูงประมาณ 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ป่าเบญจพรรณ เป็นป่าที่ครอบคลุมพื้นที่ในอุทยานฯ มากที่สุด พบได้ตั้งแต่บนพื้นที่ราบเชิงเขา และที่ลาดชันตามไหล่เขาจนถึงระดับความสูง 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล และป่าดิบแล้ง จะพบได้ตามฝั่งลำธารของหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น

 

อุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร


อุทยานแห่งชาติภูผายล เดิมเรียกว่าอุทยานแห่งชาติห้วยหวด มีเนื้อที่ประมาณ 517,850 ไร่ หรือ 828.56 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และอำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็น 1 ใน 5 ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 57 ของประเทศ

 

สภาพภูมิประเทศทั่วไปเป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย มีความสูงประมาณ 300-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณเทือกเขามีที่ราบหลังเต่ายาวประมาณ 10 กิโลเมตร รายล้อมด้วยภูเขาสูงชัน และเป็นต้นน้ำลำธารสำคัญของแม่น้ำหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำพุง ห้วยบางทราย ห้วยหวด ห้วยเลา และอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่มีมากถึง 19 แห่ง ทั้งอ่างเก็บน้ำห้วยหวด อ่างเก็บน้ำตาน้อย เป็นต้น

 

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอน้ำยืน กิ่งอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ประมาณ 81,250 ไร่ หรือ 130 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา โดยรวมเอาพื้นที่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารทางด้านบริเวณผามออีแดง ท้องที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มาอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารด้วย ซึ่งพื้นที่ภายในอุทยานครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหาร ป่าฝั่งลำโดมใหญ่ ซึ่งยังคงความอุดมสมบุรณ์ไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก มีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะผามออีแดง ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ในฝั่งประเทศกัมพูชาได้อย่างกว้างไกล และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นได้งดงามด้วย ใต้หน้าผานี้ยังมีภาพสลักนูนต่ำเก่าแก่ รวมถึงปราสาทหินโดนตวล ควรค่าแก่การอนุรักษ์จนได้มีการจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2541

จากหน้าผามออีแดง มีเส้นทางเดินเลียบหน้าผาไปยังเนินเสาธงใกล้กับกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดน บริเวณนี้นอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยงามในยามกลางวัน มองเห็นเขาพระวิหารได้ชัดเจนมากขึ้นแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกได้ด้วย ถัดลงไปด้านล่างเนินเขานี้มีสถูปคู่ตั้งอยู่ เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญ สถูปทั้ง 2 องค์ มีลักษณะเป็นสถูปรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาดหน้ากว้าง 1.93 เมตร
สูง 4.20 เมตร ยอดมนคล้ายตะปูหัวเห็ด ข้างในเป็นโพรง บรรจุสิ่งของก่อสร้างด้วยหินทรายตัดเป็นท่อนที่นับว่าแปลกจากศิลปวัฒนธรรมยุคอื่นใด

 

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

 


ภูสวนทรายเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีป่าไม้ที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าขนาดใหญ่หลายชนิด จึงไม่แปลกที่ในเส้นทางเดินป่าจะพบรอยเท้าของเสือและสัตว์ต่างๆ ให้เห็นอยู่เสมอ แม้ว่าที่นี่จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมามากที่สุดเป็นช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นเหมาะแก่การตั้งเต็นท์พักแรม และเดินป่าชมทิวทัศน์ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของที่นี่จึงเป็นเส้นทางเดินป่าสู่ยอดภูสวนทราย และชมทิวทัศน์บนยอดภูสูงนั่นเอง